ผลิตภัณฑ์ / เทปกาว OPP ปิดกล่อง 45 ไมครอน
เทปกาว OPP ปิดกล่อง 45 ไมครอน
- ประเภท
- Acrylic Water Based | 45 Micron
- หมวดสินค้า
- เทปปิดกล่อง OPP
เทปกาว OPP 45 ไมครอน SWAN TAPE หน้ากว้าง 48 มม. ยาว 50 หรือ 100 หลา ใช้กาว Acrylic Water Based เป็นความหนาเดียวในกลุ่มที่ทำเป็นม้วนยาว 200 300 และ 1,000 หลาด้วย จึงเหมาะกับโรงงานที่แพ็กต่อเนื่องและธุรกิจที่วางแผนขยับไปใช้เครื่องปิดกล่อง
เทปกาว OPP คุณภาพ ความหนา 45 ไมครอน เคลือบด้วยกาว Acrylic Water Based ให้การยึดเกาะดี มีความเหนียวและแข็งแรง ทนต่อแรงดึงได้ดี เหมาะสำหรับงานปิดกล่องและงานบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น
เหมาะสำหรับร้านค้า คลังสินค้า โรงงาน และงานแพ็กสินค้าที่มีการใช้งานต่อเนื่อง
ขนาดและสเปกสินค้า
| แบรนด์ | SWAN TAPE |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 48 มม. |
| ความยาว | 50 หลา / 100 หลา |
| ความหนา | 45 ไมครอน |
| สี | ใส / น้ำตาล |
| ประเภทกาว | Acrylic Water Based |
| ระดับการใช้งาน | งานโรงงานและงานที่ใช้ต่อเนื่อง |
เลือกความหนาไมครอนในกลุ่ม OPP
45 ไมครอน ความหนาที่ต่อยอดขึ้นไปเป็นม้วนเครื่องได้
สี่สิบห้าไมครอนเป็นความหนาเดียวในกลุ่มที่เราทำเป็นม้วนยาว 200 300 และ 1,000 หลาด้วย ถ้างานของคุณกำลังจะขยับจากแพ็กมือไปเป็นสายการแพ็ก การเริ่มที่ความหนานี้แปลว่าเปลี่ยนแค่ความยาวม้วนได้เลย ไม่ต้องกลับมาทดสอบสเปกเทปใหม่อีกรอบ
ปัจจัยที่ต้องดูเป็นพิเศษกับรุ่นนี้
- จำนวนแนวเทปที่ใช้ต่อกล่อง
- รูปแบบการขนส่งและจำนวนทอดที่ต้องเปลี่ยนมือ
- สภาพแวดล้อม อุณหภูมิและความชื้นตอนปิดกล่องและตอนขนส่ง
- ปัญหาที่เจอกับเทปเดิม เช่น ขาดกลางม้วน หรือกล่องอ้าออก
น้ำหนักกล่องอย่างเดียว เลือกไมครอนไม่ได้
น้ำหนักกล่องเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้เลือกความหนาเทป แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว กล่อง 20 กิโลกรัมที่ใช้ลูกฟูกเกรดดี ปิดแบบตัว H และส่งในพื้นที่ กับกล่อง 20 กิโลกรัมที่ใช้ลูกฟูกบาง ปิดเส้นเดียว และส่งข้ามจังหวัดหลายทอด ต้องการเทปคนละแบบกัน SWAN TAPE จึงยังไม่กำหนดตัวเลขน้ำหนักตายตัวต่อไมครอน จนกว่าจะมีผลทดสอบของเราเองรองรับ
ปัจจัยที่เหลือที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ
- น้ำหนักสินค้าต่อกล่อง
- ขนาดกล่องและสัดส่วนด้านที่ต้องปิด
- เกรดและความหนาของกระดาษลูกฟูก
- ลักษณะผิวกล่อง ผิวเรียบ ผิวหยาบ หรือมีฝุ่น
- วิธีปิดกล่อง เส้นเดียว แบบตัว H หรือมากกว่า
- ระยะเวลาเก็บก่อนถึงปลายทาง
ส่งน้ำหนักกล่อง ขนาดกล่อง ชนิดลูกฟูก และจำนวนที่แพ็กต่อวันมาให้ทีมงาน แล้วเราช่วยเทียบรุ่นที่เหมาะกับงานของคุณให้
เทียบทั้ง 4 ไมครอนแบบตาราง →เหมาะกับงานแบบไหน
- โรงงานและคลังสินค้าที่แพ็กต่อเนื่องทั้งกะ
- ศูนย์แพ็กสินค้าและงาน Fulfillment
- กล่องขนาดกลางถึงใหญ่ที่ผ่านการขนย้ายหลายทอด
- งานที่อยากลดการปิดทับซ้ำเส้นเพื่อประหยัดเวลาต่อกล่อง
- ธุรกิจที่วางแผนขยับไปใช้เครื่องปิดกล่องในอนาคต
จุดเด่นของรุ่นนี้
- เป็นความหนาเดียวในกลุ่มที่มีม้วน 200 300 และ 1,000 หลาให้ต่อยอด
- เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องมากกว่ารุ่นที่บางกว่า
- ลดโอกาสที่ต้องเพิ่มแนวเทปต่อกล่อง
- มีทั้งสีใสและน้ำตาล เลือกได้ทั้ง 50 และ 100 หลา
เลือก 45 ไมครอนเมื่อเทปเป็นของที่ใช้ทุกวัน ไม่ใช่ของใช้เป็นครั้งคราว หรือเมื่อกำลังจะย้ายจากแพ็กมือไปเป็นสายการแพ็ก ถ้าปริมาณต่อวันสูงจนต้องเปลี่ยนม้วนบ่อย ให้ดูรุ่นม้วนยาว 200 หลาขึ้นไปในความหนาเดียวกันนี้
ยังไม่ต้องเลือกรุ่นนี้ถ้า ถ้าแพ็กวันละไม่กี่กล่องและกล่องไม่หนัก 40 หรือ 42 ไมครอนมักคุ้มกว่า
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเทปกาว OPP ปิดกล่อง 45 ไมครอน
ทำไม 45 ไมครอนถึงเหมาะกับโรงงานมากกว่ารุ่นบางกว่า
นอกจากเนื้อหนากว่าแล้ว 45 ไมครอนยังเป็นความหนาเดียวที่เราทำเป็นม้วน 200 300 และ 1,000 หลา โรงงานที่ขยายกำลังผลิตจึงเปลี่ยนแค่ความยาวม้วนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสเปกเทป
ใช้กับเครื่องปิดกล่องอัตโนมัติได้ไหม
ม้วน 200 300 และ 1,000 หลาของความหนานี้รองรับการใช้งานกับเครื่องปิดกล่องอัตโนมัติ แต่ควรตรวจขนาดแกน มิติม้วน และข้อกำหนดของเครื่องแต่ละรุ่นก่อนใช้งานเสมอ
รับน้ำหนักกล่องได้เท่าไร
เรายังไม่ระบุตัวเลขน้ำหนักตายตัวต่อไมครอน เพราะน้ำหนักที่รับได้จริงขึ้นอยู่กับเกรดลูกฟูก วิธีปิดกล่อง จำนวนแนวเทป และเส้นทางขนส่งด้วย ส่งรายละเอียดกล่องมาให้ทีมงานเทียบรุ่นให้ได้
อ่านก่อนตัดสินใจ
- เทปกาว 50, 100, 200, 300 และ 1,000 หลา ต่างกันอย่างไร
- โรงงานที่ใช้เทปจำนวนมาก ควรเลือกเทปแบบไหน
- เทปขาดบ่อย ควรดูอะไรก่อนเปลี่ยนรุ่น
- เปลี่ยนม้วนเทปบ่อยเกินไป ควรใช้ความยาวเท่าไร
- ร้านค้าออนไลน์ควรใช้เทปกาวแบบไหน
- วิธีเลือกเทปกาว OPP ปิดกล่อง เลือกอย่างไรให้ตรงงาน
- วิธีเลือกเทปกาวทนความร้อนสำหรับงานอุตสาหกรรม
- อยากทำแบรนด์เทปกาวของตัวเอง เริ่มอย่างไร
- ผลิตเทปแบรนด์ตัวเอง เลือก 40 / 42 / 45 / 50 ไมครอนอย่างไร
- ขั้นตอนการผลิตเทปกาว OEM เป็นอย่างไร
- OEM เทปกาวเหมาะกับตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าส่ง และเจ้าของแบรนด์อย่างไร