หน้าแรก / บทความ / ฟิล์มยืดกับฟิล์มหด

ฟิล์มยืด กับ ฟิล์มหด ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนดี

ชื่อคล้ายกันแต่ทำงานคนละหลักการ อันหนึ่งรัดด้วยแรงดึงตอนพัน อีกอันต้องใช้ความร้อน

ฟิล์มยืดกับฟิล์มหดถูกเรียกสลับกันบ่อยเพราะชื่อคล้ายกัน แต่สองอย่างนี้ทำงานคนละหลักการและใช้กับงานคนละแบบ บอกไว้ก่อนตรงนี้ว่าเราจำหน่ายเฉพาะฟิล์มยืดพันพาเลท ไม่ได้ขายฟิล์มหด บทความนี้จึงเขียนไว้ให้เทียบก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่เพื่อเชียร์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ฟิล์มยืดรัดด้วยแรงดึงตอนพัน

ฟิล์มยืดถูกดึงให้ยืดออกตอนพันรอบสินค้า เมื่อฟิล์มพยายามหดกลับ แรงนั้นจะรัดของไว้ ไม่ต้องใช้กาว ไม่ต้องต่อไฟ และไม่ต้องใช้ความร้อน พันเสร็จก็ยกขึ้นรถได้ทันที เครื่องมือที่ต้องมีก็แค่ม้วนฟิล์มกับด้ามจับ หรือเครื่องพันพาเลทถ้าเป็นงานปริมาณมาก

ฟิล์มหดรัดด้วยความร้อน

ฟิล์มหดจะถูกคลุมหรือห่อรอบสินค้าแบบหลวม ๆ ก่อน แล้วจึงให้ความร้อนด้วยเครื่องเป่าหรืออุโมงค์ความร้อน เนื้อฟิล์มจึงหดรัดเข้าหารูปทรงของสินค้า ผลที่ได้คือผิวตึงเรียบแนบไปกับของ แลกมาด้วยการต้องมีอุปกรณ์ให้ความร้อน มีพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัย และมีเวลาต่อชิ้นเพิ่มขึ้น

เทียบให้เห็นภาพ

ตารางในหัวนี้เทียบทีละเรื่อง ข้อความก่อนเครื่องหมายทับคือฝั่งฟิล์มยืด ส่วนหลังเครื่องหมายทับคือฝั่งฟิล์มหด

  • แรงที่ใช้รัด — แรงดึงตอนพัน / ความร้อนจากเครื่องเป่าหรืออุโมงค์
  • อุปกรณ์ที่ต้องมี — ม้วนฟิล์มกับด้ามจับก็พอ / ต้องมีเครื่องให้ความร้อน
  • หน้างาน — พันตรงไหนก็ได้ / ต้องพาของไปหาจุดที่มีเครื่อง
  • ขนาดงานที่ถนัด — กองใหญ่บนพาเลท / ชิ้นเล็กถึงกลางที่รูปทรงคงที่
  • การแกะออก — ตัดแล้วคลี่ออกได้เร็ว / ต้องกรีดออกทีละชิ้น
  • ความร้อนที่ตัวสินค้าได้รับ — ไม่มีเลย / ต้องดูว่าของทนความร้อนช่วงนั้นได้ไหม

งานแบบไหนควรใช้ฟิล์มยืด

  • พันพาเลทที่ของเรียงหลายชั้นและต้องขึ้นรถทันที
  • งานที่ต้องพันหลายจุดในโรงงาน ไม่สะดวกลากของไปเข้าเครื่อง
  • ของที่ทนความร้อนไม่ได้ หรือกลัวความร้อนทำให้เสียรูป
  • งานที่ต้องเปิดตรวจของบ่อย แล้วอยากพันปิดใหม่ได้เร็ว
  • งานที่อยากคุมต้นทุนต่อพาเลทโดยไม่ต้องลงทุนเครื่องเพิ่ม

แล้วฟิล์มหดเหมาะกับงานไหน

งานที่ฟิล์มหดทำได้ดีคือการห่อสินค้าชิ้นเดียวหรือชุดเล็กให้แนบไปกับรูปทรง เช่น ห่อรวมขวดเป็นแพ็ก ห่อกล่องเดี่ยวให้ผิวตึงเรียบ หรืองานที่อยากให้เห็นชัดว่าสินค้าถูกแกะหรือยัง ถ้างานของคุณเป็นแบบนั้นและมีเครื่องให้ความร้อนอยู่แล้ว ฟิล์มหดตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเป็นงานพาเลทในคลัง ฟิล์มยืดจบงานได้เร็วกว่าและไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์เพิ่ม

ถ้าต้องตัดสินวันนี้ ให้ดูสามข้อ

ข้อแรก ของที่ต้องแพ็กเป็นกองบนพาเลทหรือเป็นชิ้นเดียว ถ้าเป็นกองหลายชั้น คำตอบมักจบตั้งแต่ข้อนี้ ข้อสอง มีเครื่องให้ความร้อนและพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยพอหรือยัง ถ้ายังไม่มี ต้องคิดค่าอุปกรณ์เทียบกับปริมาณงานที่ทำจริงต่อวัน และข้อสาม สินค้าทนความร้อนได้ไหม ของบางอย่างเสียรูปหรือเสียคุณภาพก่อนที่ฟิล์มจะหดตัวเสร็จด้วยซ้ำ สามข้อนี้มักตัดสินได้ตั้งแต่ยังไม่ต้องเปิดใบเสนอราคาเทียบกัน

สรุปสั้น

  • ฟิล์มยืดรัดด้วยแรงดึง ฟิล์มหดรัดด้วยความร้อน
  • งานพันพาเลทในคลังและโรงงานส่วนใหญ่ใช้ฟิล์มยืด
  • ฟิล์มหดเหมาะกับการห่อชิ้นเล็กให้แนบรูปทรง และต้องมีเครื่องให้ความร้อน
  • เราจำหน่ายเฉพาะฟิล์มยืดพันพาเลท ไม่มีฟิล์มหด